แท่งเยลลี่ราสป์เบอร์รีช็อกโกแลตดาร์กโฮมเมด
แรงบันดาลใจจากเมนูสุดไอคอนิกของ Rocky Mountain Chocolate Factory ทำไมสูตรนี้ถึงพิเศษสำหรับฉันมาก ฉันไม่เคยตื่นเต้นกับการแชร์สูตรอาหารไหนมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะคะ พูดแบบนี้ได้เลยค่ะในฐานะคนเขียนบล็อกอาหาร
แรงบันดาลใจจากเมนูสุดไอคอนิกของ Rocky Mountain Chocolate Factory
ส่วนผสม
- 2 ถ้วย น้ำราสป์เบอร์รีสด (จากราสป์เบอร์รีสดหรือแช่แข็งประมาณ 600 กรัม) หมายเหตุ: ใช้เบอร์รีชนิดอื่นได้เลยนะคะ ผสมบลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รีก็อร่อยมากค่ะ!
- 2⅓ ถ้วย (467 กรัม) น้ำตาลทรายขาว แบ่งใช้ (ถ้าน้ำผลไม้เปรี้ยวมาก เพิ่มเป็น 2 1/2 ถ้วย (500 กรัม) ได้เลยค่ะ)
- 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว (สดหรือจากขวดก็ได้ค่ะ)
- 4 ซอง (1 ออนซ์/28 กรัม) เจลาตินผงไม่มีกลิ่น
- ½ ถ้วย น้ำเย็น (สำหรับเพาะเจลาติน)
- 2 ช้อนโต๊ะ คอร์นไซรัปชนิดอ่อน (ช่วยป้องกันน้ำตาลตกผลึกค่ะ)
- 1 ช้อนโต๊ะ (14 กรัม) เนยจืด (ช่วยลดฟองได้ค่ะ)
- เกลือ 1 หยิบมือ
- 1 ช้อนชา วานิลลาหรือกลิ่นราสป์เบอร์รี (*ไม่ใส่ก็ได้นะคะ ใส่ตอนสุดท้าย*)
- น้ำตาลทรายขาว สำหรับคลุกเคลือบลูกกวาด
- 20 ออนซ์ (567 กรัม) ช็อกโกแลตดาร์ก (โกโก้ 60–70%) สับละเอียด
วิธีทำ
- 1
เตรียมน้ำราสป์เบอร์รี: ถ้าใช้ราสป์เบอร์รีสด ล้างและซับให้แห้งก่อนนะคะ จากนั้นปั่นในเครื่องปั่นหรือฟู้ดโปรเซสเซอร์ แล้วกรองผ่านกระชอนตาถี่เพื่อเอาเมล็ดออก ตวงน้ำราสป์เบอร์รีที่ได้ 2 ถ้วยค่ะ
- 2
เพาะเจลาติน: ในชามขนาดเล็ก โรยเจลาติน 4 ซอง (1 ออนซ์/28 กรัม) ลงบนน้ำเย็ด 1/2 ถ้วย ทิ้งไว้ 5 นาทีให้เจลาตินดูดซึมน้ำและพองตัวเต็มที่ค่ะ
- 3
ต้มส่วนผสมเยลลี่: ในหม้อก้นหนา รวมน้ำราสป์เบอร์รี น้ำตาล 2 1/3 ถ้วย (467 กรัม) คอร์นไซรัป เนย น้ำมะนาว และเกลือหนึ่งหยิบมือเข้าด้วยกันค่ะ คนบนไฟกลางจนน้ำตาลละลายและส่วนผสมเริ่มเดือดปุดๆ จากนั้นใส่เจลาตินที่เพาะไว้ลงไป คนจนละลายหมดเลยนะคะ
- 4
ต้มถึงจุดตั้งตัว (ขั้นตอนสำคัญมากค่ะ): หนีบเทอร์โมมิเตอร์สำหรับทำลูกกวาดที่ข้างหม้อ ให้ปลายจุ่มอยู่ในของเหลวทั้งหมดและไม่แตะก้นหม้อนะคะ เพราะถ้าแตะก้นหม้อจะได้ค่าอุณหภูมิที่สูงเกินจริงค่ะ ต้มต่อที่ความร้อนคงที่อย่างน้อย 5 นาที เป็นเรื่องปกติมากที่อุณหภูมิจะค้างอยู่ที่ 218–219°F ในขณะที่น้ำระเหยออกค่ะ อย่าเร่งขั้นตอนนี้นะคะ ต้มต่อจนอุณหภูมิขึ้นมาที่ 221°F อย่างสม่ำเสมอ หรือถึง 223°F ถ้าอยากได้เยลลี่ที่แน่นกว่านี้ค่ะ สำคัญมาก: คนตลอดเวลาเพื่อป้องกันไหม้นะคะ
- 5
ใส่กลิ่นและเทใส่พิมพ์: ยกออกจากเตา แล้วคนกลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นราสป์เบอร์รี 1/2 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้นะคะ) ลงไป จากนั้นเทเยลลี่ร้อนๆ ลงในพิมพ์ขนาด 8×8 นิ้ว ที่เตรียมไว้อย่างระมัดระวังค่ะ (รองพิมพ์อบขนาด 8×8 นิ้ว ด้วยกระดาษรองอบ เหลือขอบยื่นออกมาสองด้านเพื่อช่วยยกเยลลี่ออกง่ายๆ ค่ะ ทาน้ำมันบางๆ บนกระดาษรองอบและด้านข้างพิมพ์ด้วยน้ำมันกลิ่นอ่อนหรือสเปรย์ปรุงอาหาร เพื่อป้องกันเยลลี่ติดพิมพ์หลังจากตั้งตัวแล้วนะคะ) เอียงพิมพ์เบาๆ เพื่อให้ส่วนผสมเรียบ แล้วพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง 4–6 ชั่วโมง หรือแช่เย็นข้ามคืนจนตั้งตัวสนิทค่ะ
- 6
ตัดเยลลี่: ปูกระดาษรองอบบนเขียงขนาดใหญ่ แล้วโรยน้ำตาลทรายลงไปค่ะ คว่ำเยลลี่ออกจากพิมพ์บนเขียง ลอกกระดาษรองอบออก แล้วโรยน้ำตาลทับด้านบนอีกทีนะคะ ใช้มีดคมๆ ที่ทาน้ำมันเบาๆ ตัดเยลลี่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือแท่ง คลุกขอบด้วยน้ำตาลไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันติดกันนะคะ
- 7
ละลายช็อกโกแลต: เทน้ำสูงประมาณ 1–2 นิ้ว ในหม้อขนาดกลางแล้วต้มให้เดือดปุดๆ ค่ะ วางช็อกโกแลตที่สับละเอียดแล้วในชามทนร้อนที่วางบนหม้อพอดี (ไม่ให้ชามแตะน้ำนะคะ) คนเป็นระยะจนช็อกโกแลตละลายไปประมาณสองในสาม ยกชามออกจากความร้อน แล้วคนต่อจนช็อกโกแลตที่เหลือละลายหมด วิธีนี้ช่วยให้อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ช็อกโกแลตเซ็ตตัวได้ดีขึ้นค่ะ
- 8
จุ่มเยลลี่ในช็อกโกแลต: ตรวจให้แน่ใจว่าชิ้นเยลลี่ตั้งตัวสนิทและแห้งดีก่อนนะคะ จากนั้นจุ่มแต่ละชิ้นในช็อกโกแลตที่ละลายแล้วโดยใช้ส้อมหรืออุปกรณ์จุ่มช็อกโกแลต ปล่อยให้ช็อกโกแลตส่วนเกินหยดออก แล้ววางบนถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบค่ะ
- 9
รอช็อกโกแลตเซ็ตตัว: พักไว้ที่อุณหภูมิห้อง 30–60 นาทีจนช็อกโกแลตแข็งตัวค่ะ ถ้าอยากให้เร็วขึ้น แช่เย็นในตู้เย็น 10–15 นาทีได้เลยนะคะ แต่อย่าแช่นานเกินไปเพราะอาจทำให้ช็อกโกแลตเกิดคราบขาวได้ค่ะ
คุณได้ลองทำสูตรนี้หรือเปล่า?
ให้คะแนนดาว — เพื่อช่วยให้คนอื่นๆ ค้นพบสูตรนี้!
ความคิดเห็น
กำลังหาเมนูอื่นอยู่ใช่ไหม? ดูคอลเลกชันทั้งหมด — กรองตามไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทางโภชนาการ





