สูตรอาหารคอลเลกชันเกี่ยวกับ
ข้ามไปที่สูตร
Warm sticky toffee pudding with glossy toffee sauce dripping down the sides, served with vanilla ice cream on a white plate
ของหวาน

Sticky Toffee Pudding – ของหวานที่ทำให้เวลาหยุดนิ่ง

เค้กนุ่มเบาราดด้วยซอสทอฟฟี่มันวาว อบอุ่น หอมกลิ่นเนย และน่าจดจำไม่รู้ลืม — สูตรคลาสสิกที่สมควรได้รับความรักมากกว่านี้นะคะ

5.0 (4)
เตรียม
15 นาที
ปรุง
1ชม. 8นาที
รวม
1ชม. 23นาที
สำหรับ
9
สไตล์
🍽 หรูหรา
📌 PinterestFacebookWhatsAppอีเมล𝕏

Sticky Toffee Pudding ไม่ได้มีความ華華น่าถ่ายรูปลง Instagram เหมือนเค้กช็อกโกแลตทรงสูงหรือดราม่าของน้ำตาลเผาไหม้กรอบๆ หน้าตามันดูเรียบง่าย ดูบริสุทธิ์ซะด้วยซ้ำ แต่แค่คำแรกก็รู้แล้วล่ะค่ะว่าทำไมนี่ถึงเป็นหนึ่งในของส่งออกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ — กลิ่นคาราเมลเข้มข้น เนื้อเค้กนุ่มหอมเนย และซอสทอฟฟี่มันวาวที่ซึมเข้าไปในทุกรูขุมขนของเค้ก

เอลเลนคิดจริงๆ นะคะว่ามันถูกมองข้ามไปมากเกินไป! แทบไม่เคยเห็นในเมนูของหวานตามร้านเลย คงเป็นเพราะมันไม่ฉูดฉาดพอสำหรับโลกโซเชียลมีเดีย แต่ลองทำสักครั้งแล้วจะเข้าใจเองค่ะว่าทำไมมันถึงสมควรได้รับการกลับมา พุดดิ้งอบอุ่นหรูหราจานนี้คือของหวานที่นำคนมารวมกันได้จริงๆ ค่ะ

ส่วนผสม

จำนวนเสิร์ฟ:
9
  • ส่วนผสมเดท
  • 280 ก. (1 3/4 ถ้วย) เดทชนิด Medjool หรือ Deglet Noor แกะเม็ดแล้วสับหยาบ
  • 1 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา
  • 180 มล. (3/4 ถ้วย) น้ำเดือด
  • ส่วนผสมแห้ง
  • 140 ก. (1 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ) แป้งอเนกประสงค์
  • 1½ ช้อนชา ผงฟู
  • ⅛ ช้อนชา เกลือละเอียด
  • ส่วนผสมเปียก
  • 75 ก. (1/3 ถ้วย) เนยจืด นิ่มที่อุณหภูมิห้อง
  • 100 ก. (1/2 ถ้วย) น้ำตาลทรายแดง แบบอัดแน่น
  • 50 ก. (1/4 ถ้วย) น้ำตาลทรายขาว
  • 2 ฟอง ไข่ไก่ใบใหญ่ อุณหภูมิห้อง
  • ⅛ ช้อนชา ผงเอสเปรสโซ
  • ซอสทอฟฟี่ (ปรับสูตรให้ใช้นมข้นจืดพอดี 1 กระป๋อง)
  • 100 ก. (7 ช้อนโต๊ะ) เนยจืด
  • ¾ ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดงเข้ม
  • 1 กระป๋อง (354 มล. / 1 1/2 ถ้วย) นมข้นจืด
  • 1½ ช้อนชา วานิลลาสกัด
  • 1 หยิบมือ เกลือละเอียด
  • *เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาหรือวิปปิ้งครีมตีนุ่มค่ะ*

วิธีทำ

  1. 1

    สับเดทเป็นชิ้นขนาด 1/4 นิ้ว (6 มม.) แล้วใส่ในชามที่ทนความร้อนได้นะคะ โรยเบกกิ้งโซดาลงไป จากนั้นเทน้ำเดือด (หรือจะใช้กาแฟก็ได้ค่ะ) ลงไปทับ คนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 10–15 นาที พอเดทนิ่มดีแล้วก็บี้ให้แหลกด้วยส้อมจนส่วนผสมข้นเหมือนแยม ถ้าจะยังมีเนื้อเดทเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่บ้างก็ไม่เป็นไรนะคะ เอลเลนเองชอบปั่นในฟู้ดโปรเซสเซอร์สัก 2–3 ครั้งสั้นๆ ค่ะ ส่วนผสมควรยังอุ่นอยู่ แต่ไม่ร้อนจัดก่อนเทลงแป้งนะคะ

  2. 2

    อุ่นเตาอบที่ 350°F (175°C) ค่ะ ทาเนยและรองกระดาษไขในถาดโลหะขนาด 8×8 หรือ 9×9 นิ้ว (20×20 หรือ 23×23 ซม.)

    ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือรวมกันในชามขนาดกลางค่ะ จากนั้นใช้เครื่องตีที่มีหัวตีแบบพาย ตีเนยกับน้ำตาลทั้งสองชนิดด้วยความเร็วปานกลาง-สูง ประมาณ 2–3 นาที จนส่วนผสมสีอ่อนลงและฟูนุ่ม ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน แล้วใส่ผงเอสเปรสโซลงไปค่ะ

    ลดความเร็วลงต่ำ ใส่ส่วนผสมแป้งครึ่งหนึ่ง คนจนเข้ากัน แล้วเทส่วนผสมเดทที่ยังอุ่นลงไป คนเบาๆ ค่ะ จากนั้นตะล่อมแป้งที่เหลือลงไปพอเข้ากันเรียบเนียน อย่าคนมากเกินไปนะคะ เทแป้งลงในถาดที่เตรียมไว้ แล้วปาดให้เรียบสม่ำเสมอค่ะ

  3. 3

    ถ้าใช้ถาด 9×9 นิ้ว (23×23 ซม.) อบ 22–25 นาทีนะคะ ถ้าใช้ถาด 8×8 นิ้ว (20×20 ซม.) อบ 28–33 นาทีค่ะ เค้กสุกดีเมื่อตรงกลางวัดอุณหภูมิได้ 200–203°F (93–95°C) หรือเมื่อจิ้มไม้ปลายแหลมแล้วติดแค่เศษเค้กชื้นๆ ไม่มีแป้งดิบติดออกมานะคะ พักบนตะแกรงให้เย็นลง 10 นาทีก่อนราดซอสค่ะ

  4. 4

    ใส่เนย น้ำตาลทรายแดง และนมข้นจืดลงในหม้อขนาดกลางค่ะ ตั้งไฟปานกลาง คนจนเนยละลายและน้ำตาลละลายหมด พอส่วนผสมเริ่มเดือดปุดๆ เบาๆ (มีฟองเล็กๆ ทั่วผิว) ให้เริ่มจับเวลาเลยนะคะ เคี่ยวต่อ 5–6 นาที คนตลอดเวลา จนซอสเคลือบหลังช้อนได้และวัดอุณหภูมิได้ 215–220°F (101–104°C) ยกออกจากไฟ ใส่วานิลลาและเกลือ คนจนมันวาวค่ะ ซอสจะข้นขึ้นอีกนิดเมื่อเย็นลง ถ้าข้นเกินไปหลังพักแล้ว ให้ตีด้วยวิสก์พร้อมเติมนมข้นจืดหรือน้ำ 1–2 ช้อนชา (5–10 มล.) ค่ะ

  5. 5

    หลังจากเค้กพัก 10 นาทีแล้ว ให้ใช้ไม้เสียบแทงรูทั่วหน้าเค้กเลยนะคะ จากนั้นตักหรือแปรงซอสร้อนประมาณ 1/3 ของทั้งหมดให้ทั่วหน้าเค้กเพื่อให้ซึมลงไป พักทิ้งไว้ 10–15 นาที เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อเค้กจนหน้าดูมันวาวสวยงามค่ะ

    ตัดเค้กขณะที่ยังอุ่นแต่เซ็ตตัวแล้วนะคะ อุณหภูมิภายในควรอยู่ที่ประมาณ 140–150°F (60–65°C) ใช้มีดอุ่นทาน้ำมันบางๆ แล้วเช็ดมีดระหว่างตัดแต่ละชิ้นเพื่อให้ขอบสวยงามค่ะ เสิร์ฟแต่ละชิ้นพร้อมซอสทอฟฟี่อุ่นๆ ราดด้านบน และไอศกรีมวานิลลาตักใหญ่ๆ ข้างๆ ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Sticky Toffee Pudding ล่วงหน้าได้ไหมคะ?+
ได้เลยค่ะ! อบเค้กล่วงหน้าได้ถึง 2 วัน เก็บปิดฝาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้เลยนะคะ แล้วค่อยทำซอสสดในวันที่จะเสิร์ฟ อุ่นทั้งสองอย่างก่อนเสิร์ฟ — เค้กจะดูดซับซอสได้ดีมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ยังแช่แข็งเค้กที่อบแล้วได้นานถึง 3 เดือน แล้วค่อยละลายแช่เย็นข้ามคืนก่อนราดซอสอุ่นๆ ลงไปนะคะ
จะใช้อะไรแทนเดทได้บ้างคะ?+
มะเดื่อแห้งหรือพรุนแห้งแทนกันได้ในอัตราส่วน 1:1 เลยค่ะ แม้รสชาติจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย ถ้าใช้พรุนให้ลดน้ำเดือดลงหนึ่งในสี่เพราะพรุนแห้งกว่าเดทนะคะ แล้วผงเอสเปรสโซในส่วนผสมเดทก็ช่วยปิดความต่างของรสชาติได้ดี เค้กยังคงอร่อยเข้มข้นน่าประทับใจอยู่ดีค่ะ
ทำไม Sticky Toffee Pudding ถึงแห้งแทนที่จะ촉촉ชุ่มคะ?+
น่าจะเป็นเพราะราดซอสทอฟฟี่อุ่นๆ ลงบนเค้กไม่เยอะพอค่ะ หรือไม่ก็เค้กเย็นลงก่อนที่ซอสจะซึมเข้าไป สูตรนี้ต้องใช้ซอสทั้งหมดที่ทำเลยนะคะ อย่าตระหนี่เด็ดขาด ราดให้เต็มที่ขณะที่เค้กยังอุ่นอยู่ เพื่อให้ซึมเข้าเนื้อจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบแบบ Sticky ที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ใช้นมธรรมดาแทนนมข้นจืดในซอสได้ไหมคะ?+
ไม่ค่อยแนะนำค่ะ เพราะนมข้นจืดมีความเข้มข้นที่ทำให้ซอสหรูหราและข้นได้อย่างแท้จริง ถ้าจำเป็นจริงๆ จะใช้วิปปิ้งครีม หรือผสมวิปปิ้งครีมกับนมธรรมดาก็พอไหวค่ะ แต่ซอสอาจจะไม่ได้รสทอฟฟี่เข้มข้นหรือเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเดิมนะคะ

คุณได้ลองทำสูตรนี้หรือเปล่า?

ให้คะแนนดาว — เพื่อช่วยให้คนอื่นๆ ค้นพบสูตรนี้!

ความคิดเห็น

มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิคะ!

เลือกดูต่อ

คุณอาจจะชอบ

พายฟักทองคลาสสิก
ของหวาน
พายฟักทองคลาสสิก
เอลเลนเคยลองทำพายฟักทองมาหลายสูตรมากนะคะ และทุกสูตรก็อร่อยดีทั้งนั้น การทำพิวเร่ฟักทองเองก็มีเสน่ห์แบบเทศกาลที่หาไม่ได้จากที่ไหน แต่สูตรนี้ใช้ฟักทองกระป๋องค่ะ ซึ่งเอลเลนพบว่าให้รสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน และดั้งเดิมกว่า นี่คือสูตรโปรดของบ้านเราเลยค่ะ
5.0 (1)

กำลังหาเมนูอื่นอยู่ใช่ไหม? ดูคอลเลกชันทั้งหมด — กรองตามไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทางโภชนาการ

ดูสูตรอาหารทั้งหมด
Sticky Toffee Pudding – ของหวานที่ทำให้เวลาหยุดนิ่ง | Food 400°